สกีอัลไพน์ (Alpine Skiing) คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโอลิมปิกฤดูหนาวเสมอ ด้วยความเร็วระดับ 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพุ่งลงจากภูเขาในสายตาผู้ชม และเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างเหรียญทองกับการเสียหลัก ทำให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นที่จดจำของแฟนกีฬาทั่วโลก
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกีฬาสกีอัลไพน์ โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 ตั้งแต่กติกา ประเภทการแข่งขัน นักกีฬาที่ต้องจับตา ไปจนถึงผลการแข่งขันที่จัดขึ้นในเมืองโบร์มิโอและกอร์ตินาดัมเปซโซ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 7-18 กุมภาพันธ์ 2026
สกีอัลไพน์ โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 คืออะไร
สกีอัลไพน์ คือกีฬาแข่งขันที่นักกีฬาต้องไถลลงจากภูเขาผ่านชุดประตู (gates) ที่กำหนดไว้ โดยมีเป้าหมายเดียวคือทำเวลาให้น้อยที่สุด ใครเข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุดและไม่พลาดประตู คือผู้ชนะ
แม้กติกาจะฟังดูเรียบง่าย แต่สิ่งที่ทำให้สกีอัลไพน์น่าตื่นเต้นคือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทุกวินาที นักกีฬาต้องเลือกระหว่างการกดสกีให้ลึกเพื่อความเร็ว กับการคุมไลน์ผ่านประตูแคบ ๆ ที่ลาดชันถึง 60 เปอร์เซ็นต์ในบางจุด ความผิดพลาดเสี้ยววินาทีเดียวอาจหมายถึงการเสียเหรียญ หรือเลวร้ายกว่านั้นคือการบาดเจ็บ

อ้างอิง: pptvhd36
ประวัติย่อในเวทีโอลิมปิก
สกีอัลไพน์ปรากฏตัวครั้งแรกในโอลิมปิกฤดูหนาวที่การ์มิช-พาร์เทินเคียร์เชิน เยอรมนี เมื่อปี 1936 ในรูปแบบ Combined (รวมดาวน์ฮิลและสลาลอม) จากนั้นในปี 1948 ที่เซนต์มอริตซ์ จึงเริ่มแยกการแข่งขันออกเป็นรายการเดี่ยว และเพิ่มประเภทใหม่ ๆ เข้ามาตามยุคสมัย
ปัจจุบันสกีอัลไพน์มี 11 รายการเหรียญทองในการแข่งโอลิมปิก แบ่งเป็น 5 รายการชาย 5 รายการหญิง และอีก 1 รายการทีมผสมที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในมิลาน-กอร์ตินา 2026
ประเภทการแข่งขันในสกีอัลไพน์ โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026
สกีอัลไพน์ในโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 แบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้เป็นประเภทความเร็ว (Speed Events) และประเภทเทคนิค (Technical Events) รวมถึงประเภทผสมที่นำทั้งสองด้านมารวมกัน
ดาวน์ฮิล (Downhill)
ดาวน์ฮิลคือประเภทที่เร็วและท้าทายที่สุดของสกีอัลไพน์ เส้นทางยาวที่สุด ความชันมากที่สุด และประตูห่างกันมากที่สุด นักกีฬาจึงต้องพุ่งลงด้วยความเร็วที่อาจทะลุ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นน้ำแข็งแข็งกระด้าง
การแข่งขันใช้การไถลรอบเดียว ใครเร็วที่สุดคือผู้ชนะ ระยะเวลาที่ต่างกันเพียงเสี้ยววินาทีจึงสำคัญมาก ซึ่งทำให้ดาวน์ฮิลถือเป็น “หัวใจ” ของสกีอัลไพน์เสมอ
ซูเปอร์-จี (Super-G)
ซูเปอร์-จี ย่อมาจาก Super Giant Slalom เป็นลูกผสมระหว่างดาวน์ฮิลกับไจแอนต์สลาลอม เส้นทางสั้นกว่าและประตูถี่กว่าดาวน์ฮิล แต่ยังคงความเร็วสูงไว้ นักกีฬาต้องเลี้ยวมากขึ้น แต่ยังต้องกล้าใส่ความเร็วเต็มที่
เช่นเดียวกับดาวน์ฮิล ซูเปอร์-จีก็แข่งเพียงรอบเดียว และไม่มีการซ้อมเส้นทางก่อนแข่งจริง นักกีฬามีเพียงการเดินสำรวจเส้นทางในตอนเช้าก่อนเริ่มการแข่งขันเท่านั้น
ไจแอนต์สลาลอม (Giant Slalom)
ไจแอนต์สลาลอมหรือ “จีเอส” คือประเภทเทคนิคที่ใช้ทักษะการเลี้ยวกว้างกว่าสลาลอม แต่กระชับกว่าซูเปอร์-จี ระยะระหว่างประตูยาวกว่า ผู้แข่งจึงต้องเลือกไลน์อย่างชาญฉลาดเพื่อรักษาทั้งความเร็วและความแม่นยำ
ประเภทนี้ใช้การไถลสองรอบในวันเดียวกัน บนเส้นทางที่ต่างกัน ผลรวมเวลาทั้งสองรอบจะตัดสินผู้ชนะ การเล่นพลาดในรอบใดรอบหนึ่งสามารถทำลายโอกาสคว้าเหรียญได้ทันที
สลาลอม (Slalom)
สลาลอมเป็นประเภทที่มีประตูถี่ที่สุดและเส้นทางสั้นที่สุดในสกีอัลไพน์ นักกีฬาต้องเลี้ยวเร็ว สั้น และแม่นยำผ่านประตูที่อยู่ใกล้กัน ความเร็วเฉลี่ยจึงต่ำกว่าดาวน์ฮิลอย่างชัดเจน แต่จังหวะที่แรงและการควบคุมต้องเหนือชั้น
เช่นเดียวกับไจแอนต์สลาลอม สลาลอมใช้สองรอบในวันเดียว และผลรวมเวลาจะเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ การล้มหรือพลาดประตูเพียงครั้งเดียวเท่ากับตกรอบทันที
ทีมคอมไบน์ (Team Combined)
ทีมคอมไบน์เป็นรูปแบบใหม่ที่ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 2 คน คนหนึ่งลงแข่งดาวน์ฮิล อีกคนลงแข่งสลาลอม จากนั้นนำเวลาของทั้งสองคนมารวมกัน
รายการนี้มาแทนที่ Individual Combined แบบเดิม โดยเน้นการทำงานร่วมกันของทีมชาติ ทีมที่มีนักกีฬาที่เก่งทั้งสองด้านจะได้เปรียบอย่างชัดเจน
กติกาและรูปแบบการแข่งขัน
แม้เป้าหมายของสกีอัลไพน์จะเรียบง่ายคือทำเวลาให้น้อยที่สุด แต่กติกาในรายละเอียดต่างกันตามประเภท การเข้าใจรูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ชมติดตามการแข่งขันได้สนุกยิ่งขึ้น

อ้างอิง: Trip.com
ประเภทความเร็ว
ในประเภทความเร็ว ได้แก่ ดาวน์ฮิลและซูเปอร์-จี นักกีฬาจะแข่งเพียงรอบเดียว และผู้ที่ทำเวลาน้อยที่สุดคือผู้ชนะ ก่อนถึงวันแข่งจริง นักกีฬาจะมีโอกาสซ้อมในเส้นทางจริงเพื่อทำความรู้จักลักษณะของหิมะ ลม และจุดที่ยากเป็นพิเศษ
ลำดับการลงแข่งถูกกำหนดโดยอันดับโลกของแต่ละคน นักกีฬาระดับท็อปมักได้คิวต้น ๆ ก่อนสภาพหิมะจะเปลี่ยน เพื่อให้การแข่งขันยุติธรรมที่สุด
ประเภทเทคนิค
ในประเภทเทคนิค ได้แก่ ไจแอนต์สลาลอมและสลาลอม นักกีฬาจะแข่ง 2 รอบในวันเดียวกัน บนเส้นทางที่ตั้งประตูต่างกัน ผลรวมเวลาทั้งสองรอบคือเวลาสุดท้ายของแต่ละคน
หลังรอบแรก จะมีเพียง 30 อันดับแรกที่ผ่านเข้ารอบสอง โดยจะลงแข่งในลำดับกลับกัน คือ ผู้ที่อยู่อันดับ 30 ลงก่อน ส่วนผู้ที่อยู่อันดับ 1 ลงเป็นคนสุดท้าย เพื่อสร้างความตื่นเต้นในช่วงท้าย
การพลาดประตูและการตัดสิน
นักกีฬาต้องผ่านประตูทั้งสองเสาให้ครบทุกอัน หากพลาดประตูหรือผ่านผิดด้าน ผลคือ DSQ (Disqualified) หรือถูกตัดสิทธิ์ทันที
นอกจากนี้ยังต้องไม่เปลี่ยนสกี ไม่รับความช่วยเหลือจากภายนอก และไม่ใช้อุปกรณ์ผิดกติกา เช่น ชุดที่ไม่ผ่านมาตรฐาน FIS เกี่ยวกับการระบายอากาศ
สนามแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2026
การแข่งสกีอัลไพน์ในมิลาน-กอร์ตินา 2026 จัดขึ้นใน 2 สนามที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ของอิตาลี โดยแยกชายและหญิงคนละสนาม สนามทั้งสองล้วนเป็นเวทีระดับฟุตเวิลด์คัพที่นักกีฬาคุ้นเคยอยู่แล้ว
Stelvio Ski Centre เมืองโบร์มิโอ (ฝั่งชาย)
โบร์มิโอเป็นบ้านของลานสเตลวิโอ หนึ่งในเส้นทางดาวน์ฮิลที่โหดที่สุดของโลก ในวงการสกีถือว่าโหดเทียบเท่ากับเส้นทางสไตรฟ์ของคิตซ์บูเอลที่ออสเตรีย เนื่องจากความชัน ความยาว และการเปลี่ยนแสงจากเงาภูเขาที่ทำให้มองเห็นพื้นได้ยาก
ในโอลิมปิกครั้งนี้ โบร์มิโอเป็นเจ้าภาพรายการชายทุกประเภท รวมถึงเป็นสนามเปิดตัวกีฬาสกีเมาน์เทเนียริงในโอลิมปิกครั้งแรกอีกด้วย
Tofane Alpine Skiing Centre เมืองกอร์ตินาดัมเปซโซ (ฝั่งหญิง)
เส้นทาง Olympia delle Tofane หรือ “ราชินีแห่งความเร็ว” คือสนามแข่งฝั่งหญิง อยู่กลางวิวเทือกเขาโดโลไมต์ที่สวยที่สุดในยุโรป ลานนี้เคยใช้ในการแข่งโอลิมปิก 1956 จึงเป็นเสมือนการกลับบ้านของกีฬาสกีอัลไพน์ที่กอร์ตินาด้วย
โครงการปรับปรุงสนามเพื่อโอลิมปิก 2026 รักษาความท้าทายดั้งเดิมไว้ ทั้งโค้ง “Tofanaschuss” ที่นักกีฬาต้องผ่านในขณะลอยตัว และจุดเปลี่ยนทิศที่ขึ้นชื่อว่ายากที่สุดในวงการ
นักกีฬาคนดังที่ต้องจับตา
โอลิมปิกครั้งนี้รวมนักกีฬาสกีอัลไพน์ระดับโลกไว้ครบทุกสำนัก ทั้งดาวรุ่งและผู้ครองตำแหน่งแชมป์ฟุตเวิลด์คัพ
ฝั่งชาย
ฟรานโจ ฟอน อัลเมน (Franjo von Allmen) จากสวิตเซอร์แลนด์ คือชื่อที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกในมิลาน-กอร์ตินา 2026 ดาวรุ่งวัย 24 ปี ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งของประเภทความเร็ว และพิสูจน์ฝีมือในโอลิมปิกครั้งแรกของเขาอย่างเหลือเชื่อ
มาร์โก โอเดอร์มัตต์ (Marco Odermatt) ผู้ครองเข็มขัดฟุตเวิลด์คัพหลายสมัย ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมสวิส ขณะที่อิตาลีฝากความหวังไว้กับโดมีนิก ปารีส (Dominik Paris) จ้าวเก่าของลานสเตลวิโอ และจิโอวานนี ฟรานโซนี (Giovanni Franzoni) นักกีฬารุ่นใหม่ที่ก้าวกระโดดขึ้นมาในฤดูกาลก่อนโอลิมปิก
นอกจากนี้ยังมีลูคาส พินเฮย์โร บราเทน (Lucas Pinheiro Braathen) ที่เปลี่ยนสัญชาติจากนอร์เวย์มาแข่งให้บราซิล ทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์เหรียญแรกของบราซิลในกีฬาสกีอัลไพน์ในโอลิมปิก
ฝั่งหญิง
มิคาเอลา ชิฟฟริน (Mikaela Shiffrin) จากสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นไอคอนของสลาลอม ด้วยสถิติชนะฟุตเวิลด์คัพมากกว่านักสกีอัลไพน์ทุกคนในประวัติศาสตร์ มิลาน-กอร์ตินาเป็นโอลิมปิกครั้งที่สี่ของเธอ และเธอตั้งเป้าทำลายสถิติเหรียญทองที่นักอเมริกันคนใดก็ยังไม่เคยทำได้
เฟเดริกา บรินโยเน (Federica Brignone) จากอิตาลี เป็นความหวังหลักของเจ้าภาพ พร้อมด้วยโซเฟีย กอจจา (Sofia Goggia) ที่ครองตำแหน่งราชินีดาวน์ฮิลมายาวนาน เอ็มมา ไอเชอร์ (Emma Aicher) จากเยอรมนี และบรีซีย์ จอห์นสัน (Breezy Johnson) จากสหรัฐอเมริกา คืออีกสองชื่อที่ขับเคี่ยวกันในประเภทความเร็วและคว้าเหรียญในรายการสำคัญ
ผลการแข่งขันสกีอัลไพน์ โอลิมปิก 2026
การแข่งขันสกีอัลไพน์ในมิลาน-กอร์ตินา 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-18 กุมภาพันธ์ 2026 และเต็มไปด้วยช่วงเวลาน่าจดจำมากมาย ฟรานโจ ฟอน อัลเมน จากสวิตเซอร์แลนด์ คือผู้ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในฐานะเจ้าของ 3 เหรียญทอง ขณะที่อิตาลีในฐานะเจ้าภาพก็ทำผลงานในรายการหญิงได้น่าประทับใจ
ผลการแข่งขันประเภทชาย
ในประเภทดาวน์ฮิลชาย ฟรานโจ ฟอน อัลเมน คว้าเหรียญทองแรกของโอลิมปิกครั้งนี้ด้วยเวลา 1:51.61 นาที จิโอวานนี ฟรานโซนี เจ้าภาพอิตาลีคว้าเหรียญเงินด้วยเวลา 1:51.81 นาที และโดมีนิก ปารีส คว้าเหรียญทองแดงด้วยเวลา 1:52.11 นาที
ในประเภทซูเปอร์-จี ฟอน อัลเมนยังคงครองความเร็ว คว้าเหรียญทองเป็นเหรียญที่สามของตัวเอง ด้วยเวลา 1:25.32 นาที ไรอัน คอครัน-ซีเกล (Ryan Cochran-Siegle) จากสหรัฐอเมริกาคว้าเหรียญเงินด้วยเวลา 1:25.45 นาที ขณะที่มาร์โก โอเดอร์มัตต์ เพื่อนร่วมชาติคว้าเหรียญทองแดงด้วยเวลา 1:25.60 นาที
ประเภทไจแอนต์สลาลอมชาย ลูคาส พินเฮย์โร บราเทน คว้าเหรียญทองด้วยเวลารวม 2:25.00 นาที สร้างประวัติศาสตร์เหรียญแรกของบราซิลในสกีอัลไพน์โอลิมปิก ส่วนประเภทสลาลอมชาย โลอิก เมยาร์ (Loïc Meillard) จากสวิตเซอร์แลนด์คว้าเหรียญทองด้วยเวลารวม 1:53.61 นาที ทำให้สวิตเซอร์แลนด์กวาดเหรียญทองได้หลายรายการในประเภทชาย
รายการทีมคอมไบน์ชาย ซึ่งจัดขึ้นที่สเตลวิโอเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ สวิตเซอร์แลนด์โดยฟรานโจ ฟอน อัลเมน และทังกี เนฟ (Tanguy Nef) คว้าเหรียญทองด้วยเวลารวม 2:44.04 นาที โดยอิตาลีนำหลังดาวน์ฮิลรอบเช้า แต่สวิตเซอร์แลนด์พลิกกลับมาในรอบสลาลอม
ผลการแข่งขันประเภทหญิง
ดาวน์ฮิลหญิง บรีซีย์ จอห์นสัน จากสหรัฐอเมริกา คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 1:36.10 นาที ตามด้วยเอ็มมา ไอเชอร์ เยอรมนี ที่ห่างเพียง 0.04 วินาที (1:36.14 นาที) และโซเฟีย กอจจา เจ้าภาพอิตาลี คว้าเหรียญทองแดงด้วยเวลา 1:36.69 นาที
ในประเภทซูเปอร์-จีหญิงและไจแอนต์สลาลอมหญิง เฟเดริกา บรินโยเน เจ้าภาพอิตาลีคว้าเหรียญทองทั้งสองรายการ สร้างความปลื้มใจให้แฟนกีฬาเจ้าภาพ และตอกย้ำว่าเธอคือนักสกีอัลไพน์อิตาเลียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรุ่นนี้
สลาลอมหญิง มิคาเอลา ชิฟฟริน คว้าเหรียญทองด้วยเวลารวม 1:39.10 นาที ทำให้เธอกลายเป็นนักสกีอัลไพน์อเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกครบ 3 เหรียญ คามิลล์ ราสต์ (Camille Rast) จากสวิตเซอร์แลนด์ คว้าเหรียญเงิน (1:40.60 นาที) และอันนา สเวนน์ ลาร์สสัน (Anna Swenn Larsson) จากสวีเดน คว้าเหรียญทองแดง (1:40.81 นาที)
ทีมคอมไบน์หญิง เป็นช่วงเวลาน่าจดจำของออสเตรีย โดยอาริอาเน เรดเลอร์ (Ariane Raedler) และคาธารินา ฮูเบอร์ (Katharina Huber) คว้าเหรียญทองครั้งแรกของรายการนี้ในประวัติศาสตร์โอลิมปิก เยอรมนีคว้าเหรียญเงินตามมาห่างเพียง 0.05 วินาที ขณะที่สหรัฐอเมริกาคว้าเหรียญทองแดงจากแจ็กเกอลิน ไวล์ส (Jacqueline Wiles) และพอลล่า โมลต์ซาน (Paula Moltzan)
ไฮไลต์และสถิติที่น่าจดจำ
ฟรานโจ ฟอน อัลเมน ทำสถิติเป็นนักกีฬาสกีอัลไพน์ชายคนแรกที่คว้า 3 เหรียญทองในโอลิมปิกครั้งเดียว นับตั้งแต่ฌ็อง-โคลด คิลลี (Jean-Claude Killy) ที่เกรอน็อบล์ 1968 ขณะที่ในฝั่งหญิง เขายังเป็นนักกีฬาคนแรกที่ทำสถิติแบบนี้นับตั้งแต่ยานิคา คอสเตลิช (Janica Kostelić) ที่ซอลต์เลก ซิตี้ 2002
มิคาเอลา ชิฟฟริน ขึ้นเป็นนักสกีอัลไพน์อเมริกันคนแรกที่ครอง 3 เหรียญทองโอลิมปิก ส่วนลูคาส พินเฮย์โร บราเทน สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสกีอัลไพน์คนแรกของบราซิลที่คว้าเหรียญในโอลิมปิกฤดูหนาว
เจ้าภาพอิตาลีจบโอลิมปิกครั้งนี้ในฐานะหนึ่งในชาติที่ได้เหรียญสกีอัลไพน์มากที่สุด ด้วยเหรียญทองจากเฟเดริกา บรินโยเน 2 เหรียญ และเหรียญรองอีกหลายรายการ ตอกย้ำว่ามิลาน-กอร์ตินา 2026 คือเทศกาลของอิตาลีอย่างแท้จริง
นักสกีอัลไพน์ไทย
ฟาเบียน อันเดรอัส วีสท์ นักสกีลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 17 ปี ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะตัวแทนทีมชาติไทยในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่เมืองมิลาน-คอร์ทินา
โดยเขาสร้างผลงานยอดเยี่ยมด้วยการทำเวลาเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 6 ของทวีปเอเชีย และคว้าอันดับ 7 ของการแข่งขันในประเภทไจแอนท์ สลาลอม (Giant Slalom)

อ้างอิง: เดลินิวส์
บทสรุป
สกีอัลไพน์ โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 มอบทั้งความเร็ว ดราม่า และสถิติใหม่ ๆ ที่จะถูกพูดถึงไปอีกหลายปี ฟรานโจ ฟอน อัลเมน ก้าวสู่ตำนานด้วย 3 เหรียญทอง มิคาเอลา ชิฟฟริน เขียนประวัติศาสตร์ของอเมริกา และอิตาลีในฐานะเจ้าภาพก็พาตัวเองขึ้นโพเดียมหลายครั้ง
ใครที่อยากเริ่มสนใจสกีอัลไพน์อย่างจริงจัง ผลการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะรวมรูปแบบการแข่งที่หลากหลาย ทั้งเร็ว ดุดัน และพลิกผันเข้าด้วยกัน รับรองว่าเป็นกีฬาฤดูหนาวที่น่าตามอย่างยิ่ง
คำถามที่พบบ่อย
สกีอัลไพน์ในโอลิมปิก 2026 มีกี่ประเภท
มีทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ ดาวน์ฮิล ซูเปอร์-จี ไจแอนต์สลาลอม สลาลอม และทีมคอมไบน์ โดยแข่งทั้งฝั่งชายและฝั่งหญิง รวมเป็น 11 รายการเหรียญทอง
สนามแข่งสกีอัลไพน์โอลิมปิก 2026 อยู่ที่ไหน
ฝั่งชายแข่งที่ Stelvio Ski Centre เมืองโบร์มิโอ ส่วนฝั่งหญิงแข่งที่ Tofane Alpine Skiing Centre เมืองกอร์ตินาดัมเปซโซ ทั้งสองสนามอยู่ในเทือกเขาแอลป์ของอิตาลี
ใครคว้าเหรียญทองมากที่สุดในสกีอัลไพน์ปีนี้
ฟรานโจ ฟอน อัลเมน จากสวิตเซอร์แลนด์ คว้าเหรียญทอง 3 เหรียญในประเภทดาวน์ฮิล ซูเปอร์-จี และทีมคอมไบน์ ทำให้เป็นนักสกีชายคนแรกที่ได้ 3 เหรียญทองในโอลิมปิกครั้งเดียวนับตั้งแต่ปี 1968
ความแตกต่างระหว่างประเภทความเร็วและประเภทเทคนิคคืออะไร
ประเภทความเร็ว (ดาวน์ฮิลและซูเปอร์-จี) แข่งรอบเดียว ความเร็วสูง ประตูห่าง ส่วนประเภทเทคนิค (ไจแอนต์สลาลอมและสลาลอม) แข่งสองรอบในวันเดียว ประตูถี่ และใช้ทักษะการเลี้ยวที่แม่นยำกว่า
ทีมคอมไบน์แตกต่างจากคอมไบน์แบบเดิมอย่างไร
คอมไบน์แบบเดิมให้คนหนึ่งแข่งทั้งดาวน์ฮิลและสลาลอม แต่ทีมคอมไบน์ที่เปิดตัวในปี 2026 ใช้ทีม 2 คน โดยคนหนึ่งแข่งดาวน์ฮิล อีกคนแข่งสลาลอม จากนั้นนำเวลามารวมกันเป็นผลทีม







