หลายคนอาจสงสัยว่า คบเพลิงโอลิมปิก มีที่มาอย่างไร และ จุดคบเพลิง กันที่ไหนก่อนจะถูกส่งต่อไปยังประเทศเจ้าภาพ
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักประวัติและความหมายของคบเพลิงโอลิมปิก พร้อมอธิบายพิธีจุดไฟ เส้นทางการวิ่งคบเพลิง และการส่งต่อเปลวไฟก่อนเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขัน
จุดคบเพลิงโอลิมปิกอยู่ที่ไหน?
คบเพลิงโอลิมปิกจะถูกจุดขึ้นที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของกีฬาโอลิมปิก โดยพิธีจุดไฟจัดขึ้นบริเวณโบราณสถานของวิหารเฮรา (Temple of Hera)
พิธีจุดไฟที่โอลิมเปีย

อ้างอิง: Home of THAI Team
พิธีจุดไฟมีนักแสดงหญิงรับบทเป็นนักบวชหญิงกรีกโบราณและประกอบพิธีตามรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกรีกโบราณ จากนั้นจะนำเปลวไฟไปจุดคบเพลิงและส่งต่อให้กับนักวิ่งคนแรก
แม้การแข่งขันโอลิมปิกสมัยใหม่จะจัดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แต่พิธีจุดไฟโอลิมปิกยังคงเริ่มต้นที่โอลิมเปีย ประเทศกรีซ ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศเจ้าภาพ
พิธีจุดไฟโอลิมปิกทำอย่างไร?
หนึ่งในส่วนสำคัญของพิธีคือการใช้แสงอาทิตย์ในการจุดเปลวไฟ แทนการใช้ไม้ขีดหรือไฟแช็กทั่วไป โดยใช้กระจกเว้าเพื่อรวมแสงอาทิตย์ให้เกิดความร้อนบริเวณจุดกำหนด จนสามารถจุดเชื้อเพลิงสำหรับเปลวไฟโอลิมปิกได้
ในกรณีที่ท้องฟ้ามีเมฆมากหรือสภาพอากาศไม่เหมาะสมจนไม่สามารถใช้แสงอาทิตย์จุดไฟได้ จะมีการเตรียมเปลวไฟสำรองไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พิธีสามารถดำเนินต่อไปได้ตามกำหนด
คบเพลิงโอลิมปิกมีความหมายอย่างไร?
คบเพลิงและเปลวไฟโอลิมปิกไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพิธีเปิดการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงแนวคิดสำคัญของกีฬาโอลิมปิก
สัญลักษณ์ของการส่งต่อ
การส่งต่อเปลวไฟจากนักวิ่งคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง สื่อถึงความต่อเนื่องและการสืบทอดอุดมการณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

อ้างอิง: Sanook
สัญลักษณ์ของสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียว
การแข่งขันโอลิมปิกเป็นเวทีที่นักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน เปลวไฟจึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียว
สัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น
เปลวไฟที่ยังคงลุกอยู่ตลอดเส้นทางยังสื่อถึงความพยายาม ความมุ่งมั่น และการไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นคุณค่าที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันกีฬา
การเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก
การเดินทางของคบเพลิงผ่านเมืองและประเทศต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากได้มีส่วนร่วมกับการแข่งขันก่อนพิธีเปิดจะเริ่มต้นขึ้น จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงผู้คนผ่านกีฬา
เส้นทางการวิ่งคบเพลิงก่อนถึงพิธีเปิด
หลังจากจุดไฟที่โอลิมเปียแล้ว เปลวไฟจะเริ่มต้นการเดินทางผ่าน การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก (Olympic Torch Relay) โดยมีนักวิ่งจำนวนมากผลัดกันถือคบเพลิงไปตามเส้นทางที่กำหนด

อ้างอิง: ข่าวสด
จากกรีซสู่ประเทศเจ้าภาพ
เส้นทางของคบเพลิงในแต่ละการแข่งขันจะแตกต่างกันไปตามประเทศเจ้าภาพและแผนการจัดงาน โดยอาจผ่านเมืองสำคัญ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ หรือพื้นที่ที่มีความหมายต่อประเทศนั้น ๆ
เมื่อเดินทางถึงประเทศเจ้าภาพ เปลวไฟจะถูกส่งต่อให้กับนักวิ่งคนอื่น ๆ จนกระทั่งถึงสนามกีฬาหลักในวันพิธีเปิด
จุดหมายสุดท้ายในพิธีเปิด
นักวิ่งคนสุดท้ายจะนำคบเพลิงเข้าสู่สนามกีฬาและจุดเปลวไฟในกระถางโอลิมปิก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญของพิธีเปิด และเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
คบเพลิงโอลิมปิกในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างไร?
แม้แนวคิดเรื่องเปลวไฟโอลิมปิกจะได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์กรีกโบราณ แต่พิธีในปัจจุบันมีการพัฒนาให้เหมาะกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ ทั้งในด้านการออกแบบคบเพลิง ระบบเชื้อเพลิง และความปลอดภัย
การออกแบบคบเพลิง
คบเพลิงของการแข่งขันแต่ละครั้งจะได้รับการออกแบบใหม่ โดยมักสะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม หรือแนวคิดของประเทศเจ้าภาพ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนัก การใช้งาน และสภาพอากาศตลอดเส้นทาง
แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวจึงถูกนำมาพิจารณาในการเลือกวัสดุและระบบเชื้อเพลิงของคบเพลิงในแต่ละการแข่งขันด้วย
โอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาว จุดไฟที่เดียวกันหรือไม่?
ทั้ง โอลิมปิกฤดูร้อนและโอลิมปิกฤดูหนาว มีพิธีจุดไฟที่โอลิมเปีย ประเทศกรีซ แต่รายละเอียดของพิธีและเส้นทางการวิ่งคบเพลิงจะแตกต่างกันไปตามการแข่งขันและประเทศเจ้าภาพ
หลังจากจุดไฟในกรีซแล้ว เปลวไฟจะเดินทางต่อไปยังประเทศเจ้าภาพ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขัน ดังนั้น หากสงสัยว่า จุดคบเพลิงโอลิมปิกที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิกฤดูร้อนหรือฤดูหนาว คำตอบหลักคือ เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ
บทสรุป
จุดคบเพลิงโอลิมปิกอยู่ที่ เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ก่อนส่งต่อเปลวไฟผ่านนักวิ่งคบเพลิงไปยังประเทศเจ้าภาพ โดยเปลวไฟสื่อถึงความมุ่งมั่น สันติภาพ และการเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก
หากสนใจเรื่องราวเบื้องหลังโอลิมปิก สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับ ประวัติและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก ได้เพิ่มเติม





